ตอนที่ 5 ขั้นตอนการปลดหนี้ (ต่อ)

ต่อจากเมื่อวานนี้นะครับ หลังจากที่พี่ผู้จัดการสั่งห้ามเพื่อนผมไปสังสรรค์ทุกชนิด  ในฐานะกลุ่มเพื่อนที่แสนดี และเฉียดมีชะตากรรมเดียวกันแล้ว เพื่อนๆ ทั้งแก็งก็เลยมาเป็นแนวร่วมด้วย…โดยการประกาศงดสังสรรค์ทุกประเภทร่วมกันจนกว่าเพื่อนคนนี้จะได้เป็น ไท!  เอาล่ะเรามาดูขั้นตอนที่ 5 ที่พี่ผู้จัดการแนะนำเพื่อนผมให้ทำว่ามีอะไรกันต่อนะครับ

5. ขายสิ่งของที่ไม่จำเป็นออกไปบ้าง

ดูรายการสิ่งของที่ซื้อมาว่าอันไหนจำเป็นมากน้อยเพียงไร ถ้าอันไหนไม่จำเป็นมาก็ขายทิ้งไปก่อน ของเพื่อนผมคนนี้ถูกแนะนำแกมบังคับให้เรา Notebook และ Pocket PC ไปขายทิ้งซะ ถ้าต้องการใช้งาน Computer ในเรื่องส่วนตัวก็ใช้ของที่ Office แต่ให้ใช้นอกเวลางานได้ อันที่จริงผมเห็นเขาใช้ส่วนใหญ่ไม่ดูหนัง เล่นเกมส์ ก็ใช้ Internet เข้า Website ทั่วไปไม่ได้ใช้อะไรที่จำเป็นมากหนัก

6. มาถึงขั้นนี้แล้วก็พอจะเห็นแล้วว่าจะได้เงินคืนกลับมาเป็นก้อนจากการขายสิ่งของได้เท่าไร และเงินที่ได้จากลดค่าใช้จ่ายในแต่ละเดือนได้เท่าไรแล้วล่ะครับ

7. ต่อมาก็มาถึงขั้นชำระหนี้เพื่อนฝูง กันการเสียเพื่อน

7.1 เรา List รายการจากข้อที่ 1 มาดูว่าเรามีหนี้อยู่ที่ไหนบาง ปรากฏว่าเพื่อนผมครบทุกแบงค์เลยครับ และยังมีที่ไม่ใช่แบงค์อีก พี่ผู้จัดการแนะนำให้เราปลดหนี้บัตรเครดิตออกมาสัก 1 แบงค์ก่อนเอาอันที่เป็นหนี้น้อยที่สุดเนื่องจากถ้าเจ้าหนี้บัตรเครดิตที่เราใช้อยู่เป็นเจ้าของเดียวกับแบงค์ที่เราฝากเงินอาจมีสิทธิ์ที่แบงค์จะตัดเงินจากบัญชีไปได้ ตอนนั้นเพื่อนผมเลือกจ่ายคืนบัตรเครดิตของธนาคาร U ก่อนเนื่องจากเป็นธนาคารเดียวกันกับที่บริษัทเราเงินเดือนเข้าให้ทุกเดือนครับ และโชคดีที่ยอดเงินที่ต้องชำระค่าบัตรเครดิตของธนาคาร U นั้นน้อยมากด้วย

7.2 จัดการจ่ายหนี้รายย่อยๆ เล็กๆน้อยๆ โดยเฉพาะหนี้ที่ไปหยิบยืมคนรู้จักมาก่อน เพื่อให้เขาสบายใจว่าเราจ่ายคืนเขาครบและเพื่อนก็จะได้ไม่เสียเพื่อนเพียงเพราะเงินไม่กี่บาท การจัดจ่ายนี้ใช้เวลาอยู่น่าจะ 2-3 เดือนก็เคลียร์หนี้เพื่อนๆ ได้จนครบ

8. ที่หนี้ก็หนี้สถานบันล่ะ ขั้นตอนนี้ทำควบคู่ไปพร้อมกันระหว่างที่ทำกับข้อข้างบนนะครับ จากนั้นก็จัดกลุ่มรายการที่คิดดอกเบี้ยแพงจากมากไปน้อย อันนี้ได้เรียนรู้คำว่า Refinance ของจริงกันเลย

8.1 มาดูวงเงินที่เหลือของแต่ละบัตรว่ามีที่ไหนเหลือเท่าไรบ้าง โดยพี่ผู้จัดการแนะนำให้โยกหนี้ที่ต้องจ่ายดอกเบี้ยแพงไปรวมกันในบัตรที่ดอกเบี้ยถูกกว่าก่อน โดยเข้าไปคุยกับกับเจ้าหน้าที่บัตรว่ามีขั้นตอนอย่างไรบ้างและมีค่าใช้จ่ายเท่าไร

8.2 พอเรารวมหนี้มาอยู่ที่บัตรไม่กี่ใบที่ดอกเบี้ยไม่แพงมากแล้วคราวนี้เราก็ไปคุยกับเจ้าหน้าที่แต่ละบัตรอีกที่เราได้รวบหนี้เขามาว่าจะมีขั้นตอนการลดดอกเบี้ยหรือหยุดการเดินของดอกเบี้ยได้หรือไม่ ซึ่งในมุมมองของเจ้าหนี้บัตรต่างๆ เขาอยากได้เงินคืนทั้งนั้นแหละครับ ได้ไม่ครบยังดีกว่าไม่ได้เลย แต่สิ่งที่ต้องมีไปบอกเขาด้วยคือเราจะสามารถจ่ายเขาได้เดือนละเท่าไรและจะใช้เวลาประมาณกี่เดือนถึงจะจ่ายได้ครบหมด โชคดีที่มีบางที่เขาพอเขาใจช่วยหยุดดอกเบี้ยให้และคิดเป็นตัวเลขที่แน่นอนที่เพื่อนผมต้องจ่ายในแต่ละเดือนและยกเลิกบัตรเครดิตใบนั้นไปเพื่อไม่ให้เกิดหนี้เพิ่มได้อีก เพื่อนผมรีบตอบตกลงทันที่สิครับ จากนั้นใช้เวลาอยู่ปีกว่าๆ เกือบ 2 ปีได้กว่าจะผ่อนหมด

ต้องเรียกได้ว่าเป็นบทเรียนครั้งใหญ่ในการใช้ชีวิตทำงานจริงที่ไม่ง่ายหรือสวยหรูเหมือนกับตอนสมัยเรียนที่ส่วนใหญ่เช้าไปเรียนเย็นกลับบ้าน แบมือขอเงินใช้ชีวิตช่างสุขสันต์กว่าเยอะเชียวครับ

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s