ตอนที่ 7(ต่อ) ใช้บัตรเครดิตอย่างคนฉลาดใช้

ตอนที่ 7.2 ยาดีอาจกลายเป็นยาพิษได้ถ้าใช้(บัตรเครดิต)มากเกินขนาด

ยาจะดีต่อร่างกายถ้าได้รับในปริมาณที่พอเหมาะกับตัวเอง แต่ถ้าทานมาเกินไปยาที่ว่าดีอาจกลายเป็นยาพิษที่ให้โทษแทน ผมว่าประโยคนี้น่าจะเป็นการอธิบายเรื่องการใช้บัตรเครดิตได้ดีที่เดียวว่ามั้ยครับ เราลองมาถอนความกันดีกว่า

บัตรเครดิต นั้นดีกับเรายังไง ??

ผมว่าตามประวัติการเกิดของบัตรเครดิต ก็ชัดเจนในตัวเองระดับหนึ่งบวกกับพัฒนาการของธุรกิจบัตรเครดิตก็ยิ่งทำให้ผู้ใช้สะดวกและได้รับประโยชน์มากขึ้นไปอีก เหมือนกับสมัยก่อนเราทานยาสมุนไพรก็ดีต่อร่างกายต่อมาวิวัฒนาการดีขึ้นความรู้มากขึ้นจากยาสมุนไพรที่เก็บรักษายากและการทานก็ไม่สะดวก ได้กลายมาเป็นยาเม็ดหรือแคปซูนต่างๆ อารัมภบทซะยาวเดี๋ยวน้ำจะเยอะไปมาดูกันเป็นข้อกันเลยดีกว่าว่าตอนนี้เจ้าบัตรเครดิตมีดียังไง

  1. ใช้ก่อนจ่ายที่หลัง     โดยทั่วไปเจ้าของผู้ออกบัตรจะให้ระยะเวลาในการชำระคืนเงินที่เราได้ใช้ซื้อสินค้าหรือบริการต่างๆอยู่ที่ 30-45 วัน โดยจะมีรอบในการตัดยอดเงินและระยะเวลาในการเรียกชำระ อย่างเช่น ค่าสินค้าที่คุณซื้อไปตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน – 30 มิถุนายน จะถูกให้ชำระในวันที่ 15 กรกฎาคม เป็นต้น

และเนื่องจากการแข่งขันที่มากขึ้นในปัจจุบันทำให้เจ้าของผู้ออกบัตรมักจะมี Promotion ต่างๆ ออกมาอย่างเช่น        

  1. ส่วนลดพิเศษ     ให้ส่วนลด 5% – 20% ในการซื้อสินค้าและบริการจากร้านค้าที่ร่วมรายการ อันนี้ให้ถามร้านค้าที่เราเข้าไปซื้อของโดยเฉพาะร้านอาหารครับว่าบัตรที่เรามีอยู่ใช้ลดได้หรือเปล่า
  2. สะสมคะแนนแลกของรางวัล     บางครั้งก็ให้คะแนนสะสมเพิ่มขึ้นเป็น 2 – 3 เท่า แต่! อย่าลืมเช็คให้แน่ใจว่าคะแนนสะสมในบัตรที่คุณถืออยู่นั้นหมดอายุเมื่อไร เพราะผมนะลืมประจำถูกตัดคะแนนหายไปบ่อยมากๆ โดยส่วนใหญ่แล้วรอบการตัดคะแนนจะอยู่ช่วงเดือนธันวาคม ของผมเองชอบบัตรอยู่ 2-3 รายที่ใช้คะแนนแทนเงินสดในการซื้อสินค้าหรือบริการได้เลยเพราะจะทำให้ผมไม่ลืมที่จะคอยแลกตอนปลายปี ^ ^
  3. สะสมไมล์     สำหรับผู้ที่ต้องเดินทางบ่อยๆ หรือชอบการท่องเที่ยว ควรเลือกบัตรเครดิตที่ให้สะสมคะแนนแลกตั๋วเครื่องบิน ซึ่งจะช่วยให้คุณประหยัดงบเดินทางไปได้มากจริงๆครับ และเป็นอีกรูปแบบที่เพื่อนผมคนหนึ่งใช้ประจำครับ
  4. ผ่อนชำระ 0%     บัตรเครดิตบางใบจะมีข้อเสนอให้ผ่อนชำระด้วยดอกเบี้ย 0% ซึ่งเป็นอีกทางเลือกหนึ่งให้คุณได้สินค้าและบริการที่ต้องการ อันนี้ผมแนะนำให้รองคุยกันร้านค้าบางเจ้าก่อนนะครับถ้าซื้อเงินสดคุณอาจจะได้ของที่ถูกกว่าได้อีก แต่ถ้าไม่มีเงินก้อนพอจะผ่อนตามกำลังก็ไม่เสียหายครับ
  5. คืนเงิน (Cash Back)    ผู้ออกบัตรเครดิตบางแห่งมอบข้อเสนอการคืนเงินให้กับผู้ถือบัตร โดยจะจ่ายคืนเงินเข้าบัญชีบัตรเครดิตในรอบบัญชีถัดไปในอัตราตั้งแต่ 0.5% ถึง 2.5% ของยอดใช้จ่ายผ่านบัตร ก็เหมือนกับเราได้ส่วนลดล่ะครับ อันนี้ผมก็ใช้อยู่บ้างในบางครั้งในบางร้านก็จะมีป้ายของผู้ออกบัตรตั้งไว้ในร้านให้เราส่ง SMS พร้อมเลขที่ Slip ที่รูดเพื่อขอรับส่วนลดเพิ่มเติมได้
  6. สิทธิพิเศษอื่นๆ เช่น จอดรถตามห้างสรรพสินค้า บริการเลขาส่วนตัว เข้าใช้เลานจ์ที่สนามบินนานาชาติ หรือรถลิมูซีนรับส่ง สนามบิน ฯลฯ ส่วนใหญ่ที่เห็นจะเป็นระดับ Platinum นะสิ

เห็นกันได้ชัดเลยว่ามีข้อดีมากมายเชียวแต่อย่าลืมว่าต้องใช้อย่างพอเหมาะกับตัวเองนะครับ เหมือนการทานยา…หมอก็จะคำนวณน้ำหนักตัวและจ่ายยาให้ทานในระดับที่พอดี ถ้าเป็นเด็กก็ให้ทานน้อยหน่อย ถ้าเป็นผู้ใหญ่ก็ทานได้มากหน่อย ก็เหมือนกับการใช้บัตรเครดิตเนี่ยละครับ…..ไว้คราวนี้เราดูกันว่าจะวัดระดับความพอดีของตัวเองกับการใช้บัตรเครดิตได้อย่างไรและเราไปตกหลุมพลางของบบัตรเครดิตกันตรงไหนนะ

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s