ตอนที่ 17 คุณมีความร่ำรวยในระดับไหน?

หายไปหลายวันอีกแล้วนะเนี่ย…..ต้องเรียกว่าช่วงนี้ดาวเดินทางขึ้นเด่น ดาวงานยุ่งมากระหน่ำ ดาวงานราษฎร์มาช่วยเสริม สุดท้ายก็เลยไม่ได้มา Update เรื่องเล่าทำให้หายหน้าไปอีกสัปดาห์จนได้สิเนี่ย…….ที่ว่างานเยอะๆ ก็มาจากงานประจำที่ทำอยู่เป็นช่วง Low season ทำให้ยอดขายหล่นตุบต้องหาทางมาแก้ไขสาระพัดแบบ บวกกลับเป็นช่วงที่ต้องเดินทางไปต่างจังหวัดอันนี้เป็นงานส่วนตัวเป็นการเดินทางไปไหว้พระอริยะสงฆ์ของสายหลวงตามหาบัวที่ขอนแก่นและอุดรฯ ทำให้ต้องเดินทางเข้าป่าอยู่หลายวันครับ และอีกงานที่รับทำอยู่เป็นประจำอีกเช่นกันคือไปช่วยงานที่กุฎิหลวงปู่อำพัน-บุญหลง ที่วัดเทพศิรินทร์……เอาเป็นว่าข้อแก้ตัวของผมคงพอจะฟังขึ้นได้อยู่บ้างสินะครับ

หลังจากนี้ไปเราจะมาเข้าเนื้อหาสุดเข้มข้นของเรากันต่อ เป้าหมายของเราคือมีเงินทองใช้ได้ตามที่ต้องการไม่ขาดมือ หรือภาษาทางการที่อาจจะได้ยินกันบ่อยๆ คือ ”การสร้างความมั่งคั่ง” ให้กับตัวเองและครอบครัวรวมไปถึงการส่งต่อความมั่งคั่งต่อให้ลูกหลานในอนาคต โดยเส้นทางการเล่าเรื่องจะเริ่มตั้งแต่

สร้าง

  1. วางแผนการเงินในฝันที่เราต้องการ
  2. วางแผนการออม
  3. วางแผนการใช้จ่ายเงิน
  4. วางแผนการชำระหนี้สิน

ดูแล

  1. วางแผนป้องกันความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น
  2. วางแผนเกษียณ

ต่อยอด

  1. วางแผนการลงทุน
  2. วางแผนภาษี

ส่งมอบ

  1.  วางแผนมรดก

ก่อนจะเข้าสู่เส้นทางของเราเราคงต้องมารู้จักคำว่า “ความมั่งคั่ง” ว่ามีความหมายและมีวิธีการวัดได้อย่างไรว่าเรามีความมั่งคั่งเพียงพอ

“ความมั่งคั่ง” เท่ากับ ทรัพย์สินทั้งหมดที่มี -หนี้สินทั้งหมดที่มี

หรือพูดง่ายๆ คือถ้าวันนี้คุณต้องชำระหนี้สินทั้งหมดที่มีแล้วคุณยังจะมีอะไรเหลือติดตัวอยู่อีกบ้าง ถ้ายังมีเหลือแสดงว่าใช้ได้แต่ถ้าไม่เหลือและยังติดลบอีกคงต้องรีบมาวางแผนกันแล้วล่ะครับ การวัดความมั่งคั่งหรือความร่ำรวยของเราผมแนะนำให้ประเมินกันเป็นระยะประจำนะครับ เช่นทุก 3 เดือน 6 เดือนหรือปีละครั้งเป็นต้น เนื่องจากบางทีเราอาจจะก่อหนี้ขึ้นมาโดยที่ไม่ระวัง ดังนั้นการติดตามเป็นระยะๆ จะเป็นการเฝ้าระวังที่ปลอดภัยกว่าครับ

ที่นี้เราลองมาดูตัวอย่างกันของสิ่งที่เราเรียกว่าสินทรัพย์ กับหนี้สินส่วนบุคคลกันหน่อยว่าน่ามีอะไรบ้าง

สินทรัพย์

หนี้สิน

เงินสดในมือ วงเงินที่ใช้ไปในบัตรเครดิต, บัตรกดเงินสดต่างๆ
เงินสดในธนาคาร ที่ดิน,บ้าน หรือ คอนโด(ที่ยังผ่อนไม่หมด)
กองทุนต่างๆ รถ(ที่ยังผ่อนไม่หมด)
หุ้น เงินกู้ต่างๆ ทั้งจากสถานบันและบุคคล
ทองคำ,เครื่องเพชร
ที่ดิน,บ้าน หรือ คอนโด(ที่ผ่อนชำระหมดแล้ว 100%)
รถ(ที่ผ่อนชำระหมดแล้ว 100%)
ของสะสมต่างๆ

 

ถ้าอ่านในตารางจะเห็นได้ว่า บ้าน หรือ รถ นั้นอยู่ได้ทั้ง 2 ฝั่งจะเป็นสินทรัพย์ หรือหนี้สินก็ได้ขึ้นอยู่กับว่าเราจ่ายเขาหมดแล้วหรือยัง ซึ่งหลักในการคิดว่าอะไรเป็นสินทรัพย์ในแบบของผม คือ เงิน สิ่งของ หรืออะไรก็แล้วแต่ที่เรามั่นใจว่าเป็นของเรา 100% และมีมูลค่าถ้าคิดจะขาย อย่างของสะสมบางคนสะสมพระเครื่องถ้านำไปให้เช่าในตลาดพระก็มีอาจราคาหลายเท่าตัวอยู่กว่าตอนที่เช่ามาครั้งแรกก็ได้ ซึ่งมูลค่าจะขึ้นหรือลงนั้นอยู่กับตลาดกำหนดว่ามีคนสนใจมากน้อยแค่ไหน ณ วันที่เราทำการประเมินความมั่งคั่ง พระรุ่นที่เรามีอาจจะมีมูลค่า 1 หมื่นบาท แต่ 10 ปีให้หลังอาจจะมีมูลค่าเป็นหลายล้านบาทก็เป็นได้  เอาล่ะงั้นการบ้านวันนี้ผมอยากให้ทุกคนกลับไปคำนวณความร่ำรวยของแต่ละคนหรือในครอบครัวกันดูว่าสถานการณ์ตอนนี้เป็นอย่างไรกันบ้าง แล้วพรุ่งนี้เราเรียนรู้คำว่า “อัตราส่วนความอยู่รอด” และ “อัตราส่วนความมั่งคั่ง” กันต่อนะครับ

ที่มาของภาพและข้อมูล: http://www.tsi-thailand.org

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s