สร้างนิสัยการออม

ผมว่าทุกคนในช่วงอายุใกล้ๆ ผมน่าจะเคยผ่านการฝากเงินกับธนาคารออมสิน หรือบางคนยังอาจมีกระปุกของธนาคารออมสินเก็บเป็นที่ระลึกอยู่ จำได้ว่าตอนเด็กพอได้เงินมาจะไม่ค่อยกล้าใช้เพื่อที่จะได้เอาไปหยอดกระปุกในตอนเย็น แต่พอโตขึ้นมาเรื่อยๆ กลายเป็นเหลือเงินจากการใช้เท่าไรค่อยไปหยอดกระปุก(หรือฝากธนาคาร) แต่ว่าบางคนนอกจากไม่พอฝากแล้วยังอาจจะต้องทุบกระปุกเสียด้วยสิ

การที่เราต้องการอิสรภาพทางการเงินนั้นสิ่งที่จำเป็นต้องทำคือต้องมีทุนตั้งต้นในการไปลงทุนในทรัพย์สินต่างๆ แล้วค่อยให้ทรัพย์สินเหล่านั้นสร้างดอกออกผลให้เราได้ใช้อย่างต่อเนื่อง แล้วทุนตั้งต้นจะได้จากที่ไหนอันนี้ก็คงไม่พ้นการออมนั่นเอง โดยทั่วไปแล้วจะมีหลักของการออมอยู่ที่ “ออมไว้ก่อนเหลือเท่าไรค่อยไปจ่าย” การออมอย่างน้อยๆ ที่หลายต่อหลายสถาบันแนะนำคือ ออมที่ 10% ของรายได้ประจำ เช่นรายได้เดือนละ 10,000 บาทก็ออมก่อน 1,000 บาทที่เหลือ 9,000 บาทเอาไว้ใช้จ่ายอื่นๆ ต่อไป แต่ถ้าบางคนสามารถทำได้มากกว่า 10% ก็จะดีมากๆครับ นอกจากนี้ก็ยังมีอีกวิธีหนึ่งที่คุณยายคอยสอนคุณแม่ผมและผมก็ได้รับการถ่ายทอดมาอีกวิธีหนึ่งเพื่อช่วยให้กับคนที่ยังคิดว่าจะทำไม่ได้หรือบางคนที่ติดนิสัย Shopping เป็นชีวิตจิตใจคือ คิดจะซื้อของอะไรที่นอกเหนือความจำเป็นในการดำเนินชีวิตประจำวันแล้ว ให้เอาเงินจำนวนนั้นมาฝากไว้ที่คุณแม่ก่อน ถ้าฝากไป 1-2 เดือนแล้วยังรู้สึกอยากได้อยู่ก็ค่อยมาเอาเงินนั้นไปซื้อของที่ต้องการ กุศโลบายคุณยายเคยบอกกับคุณแม่ผมไว้ว่าจริงๆ แล้วคนความอยากในสิ่งของต่างๆ ส่วนใหญ่นั้นเป็นของที่ไม่จำเป็นกับเราเท่าไร พอเวลาผ่านไปเราก็จะลืมหรือไม่อยากมันไปเอง แต่ถ้าผ่านไป 1-2 เดือนแล้วความอยากนั้นอยู่ก็อาจจะเป็นได้ว่าสิ่งนั้นเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับเรา นี้ผมเคยลองทำอย่างนี้อยู่เกือบปีพอใกล้ๆ สิ้นไปคุณแม่เอาสมุดเงินฝากมาให้ดูว่ามูลค่าความอยากของผมนั้นมีตัวเลขเยอะเอาการณ์ทีเดียว

การแบ่งเงินออมออกเป็นส่วนๆ บางคนเก็บแต่เงินไปฝากธนาคารอย่างเดียว บางคนพอมีเงินหน่อยก็ไปซื้อหุ้นหมด แล้วแบบไหนล่ะที่จะเรียกได้ว่าพอดี ผมแนะนำให้เอาเงินออมนั้นมาแบ่งออกเป็นส่วนๆ ให้เหมาะกับวิถีชีวิตหรือตามเป้าหมายที่เราวางไว้ ลองมาดูตัวอย่างกันครับ

การแบ่งเงินออม

  1. บัญชีฉุกเฉิน           คุณควรจะมีเงินเก็บที่เป็นเงินสดอย่างน้อย 6 เท่าของรายได้ในแต่ละเดือนหรือ 6 เท่าของค่าใช้ที่เกิดขึ้นในแต่ละเดือน เผื่อในกรณีที่คุณไม่สามารถทำงานได้ก็ยังมีเงินมาจ่ายค่าใช้จ่ายต่างๆ ได้อย่างไม่ลำบากนัก เช่นตกงานหรือต้องเปลี่ยนงานซึ่งในระหว่างทีหางานใหม่(ผมเชื่อว่าถ้าไม่เรื่องมากเกินไปยังไงก็ไม่เกิน 6 เดือนน่าจะหางานได้นะ ^ ^ )
  2. บัญชีสำหรับเป้าหมายระยะกลาง      เช่น ออมไว้เพื่อเรียนต่อ เพื่อซื้อรถ เพื่อดาวน์บ้าน แต่งงาน
  3. บัญชีออมระยะยาว              เช่นไว้เป็นทุนการศึกษาให้ลูก หรือเอาไว้ใช้ตอนเกษียน สำหรับบัญชีนี้ต้องไม่คิดว่าจะเอามาใช้เลยหรือมักจะเรียนกัน “ออมลืม”
  4. บัญชีเพื่อการลงทุน                               บัญชีนี้เราจะเอามาเป็นทุนตั้งต้นสำหรับการสร้างทรัพย์ต่างๆ หรือบางคนอาจจะคุ้นกับคำว่าใช้เงินทำงาน  ตัวอย่างเช่น ซื้อกองทุน ซื้อทอง ซื้อหุ้น เป็นต้นครับ

คำถามต่อมาแล้วจะแบ่งสัดส่วนให้กับแต่ละบัญชีอย่างละเท่าไรดีล่ะ อันนี้ผมว่าคงต้องแล้วแต่ความสะดวกของแต่ละบุคคลครับ เพราะแต่ละคนให้ความสำคัญกับแต่ละเรื่องต่างกัน ในช่วงอายุที่ต่างกัน ผมลองเสนอสัดส่วนคราวๆ ไว้อย่างนี้ล่ะกันนะครับ

รายการบัญชี

วัยเรียน

วัยทำงาน

มีครอบครัว

ใกล้เกษียน

บัญชีสำหรับเป้าหมายระยะกลาง

60%

30%

30%

20%

บัญชีออมระยะยาว

10%

20%

40%

60%

บัญชีเพื่อการลงทุน

30%

50%

30%

20%

*ในมุมมองของผม บัญชีฉุกเฉิน ควรเป็นบัญชีแรกที่เราต้องเติมให้เต็มก่อน จากนั้นก็ค่อยส่งส่วนเกินนั้นไปให้บัญชีอื่นต่อไปครับ

 

2 responses to “สร้างนิสัยการออม

  1. Pingback: Outsource ความเสี่ยง | Moneydee

  2. Pingback: เกษียณอย่างมีความสุข | Moneydee

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s