บริหารหนี้

การไม่มีหนี้เป็นลาภอันประเสริฐ…….แล้วถ้าพลาดเป็นหนี้ไปแล้วล่ะจะทำอย่างไรดี ก่อนจะไปบริหารหนี้เรามาทำความรู้จักหนี้ก่อนว่าส่วนใหญ่เขาแบ่งกันอย่างไร หนี้โดยทั่วไปแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มใหญ่คือ

  1. หนี้ที่ก่อให้เกิดประโยชน์หรือ หนี้ดี                
  2. หนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดประโยชน์หรือ หนี้ไม่ดี

 การแบ่งว่าอะไรเป็นหนี้ดีหรือหนี้ไม่ดี เราดูกันที่เจตนาของการสร้างหนี้เป็นหลัก

หนี้ดี คือ หนี้ที่ทำให้เรามั่งคั่งขึ้น มีสินทรัพย์เพิ่มขึ้น และต้องไม่ทำให้การดำเนินชีวิตโดยทั่วไปของเราต้องลำบากขึ้น เรามาลองดูตัวอย่างในการแยกหนี้ดีหรือไม่ดีกันเพื่อความเข้าใจที่มากขึ้นกันนะครับ

ตัวอย่างเช่น

นายเอนกกู้เงินซื้อบ้านเพื่ออยู่อาศัย 1 หลัง แม้ว่านายเอนกจะต้องจ่ายค่าผ่อนบ้านเป็นประจำทุกเดือน แต่นายเอนกก็มีความมั่งคั่งเพิ่มขึ้นจากการค่อยๆ สะสมความเป็นเจ้าของ (เงินต้นที่ไปหักหนี้ออกทุกเดือน) รวมไปถึงมูลค่าบ้านและที่ดินที่สูงขึ้นตามเวลา อย่างนี้ถือว่าการซื้อบ้านสามารถสร้างความมั่งคั่งให้กับนายเอนกได้

คำถามต่อมาจึงอยู่ที่ว่า… จำนวนเงินผ่อนที่ต้องผ่อนบ้านในแต่ละเดือนนั้น เมื่อนายอเนกจ่ายค่างวดผ่อนบ้านในแต่ละเดือนแล้ว นายอเนกยังมีเงินพอใช้ในแต่ละเดือนหรือเปล่า?  ถ้าซื้อบ้านแล้วไม่มีปัญหาเรื่องเงินไม่พอใช้ ก็จะว่าถือว่าบ้านหลังนี้เป็นหนี้ดี แต่ถ้าส่งบ้านแล้วทำให้เงินไม่พอใช้ อย่างนี้ก็ถือเป็นหนี้ไม่ดี

การกู้เงินมาเรียนต่อปริญญาโท ด้วยเหตุที่ว่าการศึกษาต่อทำให้คนเรามีวิชาความรู้เพิ่มขึ้น และมีแนวโน้มที่จะทำให้มั่งคั่งได้ในอนาคต ดังนั้น การจะพิจารณาว่าการกู้ยืมเพื่อการศึกษาสร้างหนี้ดีหรือไม่ดี ก็ให้ดูที่ความสามารถในการผ่อนชำระคืนเช่นกัน

สุดท้ายเป็นตัวอย่างสุดคลาสสิค นั่นคือ การกู้เงินซื้อรถยนต์ หากพิจารณาจากเกณฑ์ความมั่งคั่งจะพบว่า…การซื้อรถยนต์นั้น จัดเป็นหนี้ไม่ดีทันที เพราะภายหลังจากเราถอยรถออกจากโชว์รูมหรือเต้นท์ ไม่มีทางเลยที่มูลค่ารถยนต์ของเราจะเพิ่มขึ้น มีแต่เสื่อมลงเรื่อยๆ แต่สำหรับกรณีของรถยนต์นั้น อาจต้องพิจารณาให้ลึกซึ้งขึ้นอีกนิด เพราะแม้ว่ามูลค่าของรถจะไม่มีทางเพิ่มขึ้น แต่หากการซื้อรถทำให้ค่าใช้จ่ายในการเดินทางของเราลดลง (ค่าใช้จ่ายในการผ่อนชำระ ค่าน้ำมัน และค่าดูแลรักษาน้อยกว่า ค่าเดินทางที่ต้องจ่ายอยู่เดิม) หรือหากการมีรถยนต์ทำให้เราสามารถรับงานพิเศษที่สร้างรายได้ให้มากขึ้นได้เพียงพอที่จะจัดการกับค่าใช้จ่าย และทำให้มีเงินเหลือออมมากขึ้น อย่างนี้การซื้อรถยนต์ก็สามารถสร้างความมั่งคั่งให้เราได้เช่นกัน

ดังนั้นการพิจารณาว่าเรื่องใดเป็นหนี้ดีหรือไม่ดีของแต่ละคนนั้นจะต่างกันออกไป สำหรับคนแรกอาจเป็นหนี้ดีแต่สำหรับคนที่ 2 ที่ทำเหมือนกันอาจกลายเป็นหนี้ไม่ดีก็เป็นไร ดังนั้นในการก่อหนี้แต่ละครั้งต้องคิดให้รอบคอบจริงๆ ก่อนนะครับ ผมแนะนำให้ค่อยๆ คิด ทำการบ้านเยอะๆ ยิ่งเป็นเงินจำนวนมากๆ แล้วก็คิดให้มากๆ หรือปรึกษาคนอื่นๆ ที่เราพอรู้จักว่าเขามีมุมมองหรือความเห็นอย่างไร เผื่อเราจะได้มุมมองที่เรามองข้ามไปแล้วเราทุกๆ อย่างมารวมกันแล้วค่อยตัดสินใจอีกที เพราะสิ่งใดที่เราได้ตัดสินใจไปแล้วจะไปโทษคนอื่นไม่ได้ ต้องยอมรับและเดินหน้าต่อไปนะครับ

ผมแนะนำให้ลองมาคำนวณดูว่าแต่ละเดือนคุณมีหนี้ที่ต้องชำระทั้งหมดไม่เกินกว่า 50% ของรายได้ประจำในแต่ละเดือน แต่ถ้าคุณมียอดเกินแล้วล่ะก็ ต้องระมัดระวังการใช้จ่ายให้ดีๆ นะครับและไม่ควรก่อหนี้เพิ่มโดยเด็ดขาด!

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s