เริ่มต้นการลงทุนใน LTF (Long-Term Equity Fund) (ภาค 2)

หลังจากที่ได้เริ่มเกริ่นใน ภาค 1 เกี่ยวกับการเริ่มลงทุนใน  LTF (Long-Term Equity Fund) นั้น ผมคิดว่าผู้ลงทุนบางท่านคงจะเริ่มเห็นโอกาสบางอย่างที่จะช่วยลดภาษีเงินได้ส่วนบุคคลและมีผลตอบแทนที่มากกว่าการฝากธนาคาร  อีกประเด็นหนึ่งที่ทางผู้ลงทุนควรจะคิดต่อมาคือ แล้วจะบริหารเงินอย่างไร เพื่อจะมีเงินมากพอมาลงทุนใน LTF แต่ละปี ผมเองขอยกตัวอย่างดังนี้ นาย ก มีรายได้ 750,000 บาทต่อปี หลังหักค่าใช้จ่ายตามที่กรมสรรพากรกำหนด ประกันชีวิต เงินบริจาคต่างๆ และอื่นๆ มีรายได้พึงคิดภาษีอยู่ที่ 400,000บาท แน่นอนเลยว่าถ้านาย ก. ไม่ลงทุนใน LTF นั้น เงินได้ที่ถูกนำมาคิดภาษีจะเป็น 400,000 x 10% ซึ่งแน่นอนว่านาย ก จะมีหน้าที่ต้องเสียภาษีเงินได้ของปีนั้นเท่ากับ 40,000 บาท ซึ่งนับว่ามากอยู่  แต่ถ้านาย ก. ตัดสินใจลงทุนใน LTF (ซึ่งจะไม่เกิน 15% ของเงินได้ทั้งปีก่อนหักค่าใช้จ่ายและลดหย่อนต่างๆ ซึ่งหมายถึง 15% ของ 750,000 = 112,500 บาท) นั่นหมายความว่า นาย ก สามารถนำ LTF ที่ตัวเองลงทุนมาลดภาษีได้ไม่เกิน 112,500 บาทในปีนั้นๆ  อนึ่ง นาย ก. สามารถซื้อ LTF มากกว่า 112,500 บาทได้ แค่สามารถนำมาลดภาษีเงินได้บุคคลไม่เกินจำนวนดังกล่าว

เมื่อนาย ก. ตัดสินใจที่จะลงทุนใน LTF เพื่อประโยชน์ในเรื่องภาษีนั้น สิ่งที่นาย ก. ต้องวางแผนต่อไปคือ จะลงทุนอย่างไร ให้ตัวเองไม่ขาดสภาพคล่อง พูดง่ายๆว่าไม่ใช่เอาเงินมาลงทุนใน LTF จนไม่มีเงินสดในมือ (ยกตัวอย่างกรณีที่ นาย ก. ลงทุนซื้อ LTF จำนวน 112,500 บาท ตอนปลายเดือนธันวาคมเพื่อให้ทันงวดภาษี) ถึงแม้ว่านาย ก. จะมีสิทธิ์ซื้อทีเดียวตอนปลายเดือนธันวาคม แต่จากประสบการณ์การลงทุนใน LTF ของผม ผมคิดว่าการซื้อ LTF ต้องดูช่วงเวลา (Timing) ควบคู่กันไปด้วยเพื่อผลตอบแทนที่สูงที่สุด

ผมเข้าใจดีว่าคงเป็นไปไม่ได้ที่ผู้ลงทุนจะทยอยซื้อหน่วยลงทุน LTF ทุกครั้งที่ตลาดหุ้นเริ่มตกลงเพราะอาจจะเป็นการยุ่งยากเกินไป อนึ่งได้มีผู้ที่มีประสบการณ์ลงทุนเสนอวิธีการ (ผมขอไม่พูดในมุมวิชาการแต่ขอใช้ลักษณะการเล่าให้เข้าใจง่าย) ที่ทำให้ผู้ลงทุนสามารถมีสภาพคล่องมากขึ้นบวกกับได้ผลตอบแทนมากขึ้นจากการลงทุนใน LTF

ผมขอยก 1 วิธีที่มีผู้พูดถึงครับ โดยวิธีที่ 1 จะเป็นการที่ผู้ลงทุนจะวางแผนถึงจำนวน LTF ที่จะซื้อในปีนั้น เช่น นาย ก. วางแผนจะลงทุน 112,500 บาทในปี 2554 นาย ก. สามารถทำโดยแบ่งเค้ก 112,500 บาทออกเป็น 12 ส่วน (112,500/12 = 9,375 บาท) แล้วลงทุนเดือนละครั้ง ถ้าจะให้ดีควรเลือกวันที่เดียวกันด้วย ทุกๆเดือน เช่น นาย ก. ตัดสินใจลงทุน 9,375 บาท ทุกเดือนตั้งแต่ เดือนมกราคม 2554 ถึง เดือนธันวาคม 2554 และอาจเลือกวันที่ 29 ของทุกเดือนในการซื้อ (ตอนนี้ บาง บลจ. มีโครงการที่จะให้ผู้ลงทุนสมัครเพื่อทุกเดือนจะให้ผู้ลงทุนได้ลงทุนใน LTF ที่วันที่เดียวกันทุกเดือน โดยตัดจากบํญชีธนาคารหรือบัตรเครดิตของผู้ลงทุน) วิธีการนี้มาจากทฤษฎี dollar averaging ซึ่งบอกว่าผลจากการลงทุนจะเฉลี่ยกนแต่ละเดือนและแทบจะเป็นการรับประกันเลยว่า ผลตอบแทนจะเป็นบวกซึ่งวิธีนี้จะง่ายโดยเฉพาะกับผู้ลงทุนมือใหม่

ผมอยากจะบอกว่าการลงทุนใน LTF จริงๆแล้วไม่ได้มี Pattern ที่ถูกบังคับทำให้ผู้ลงทุนสามารถลงทุนได้ตามความถนัดของตัวเอง ซึ่งวิธีที่ผมเสนอมาเป็นแค่ทางเลือกหนึ่งให้กับนักลงทุนใน LTF โดยเฉพาะมือใหม่ เพื่อให้ไม่ใช่แค่มีโอกาสที่จะได้รับผลตอบแทนที่มากขึ้นแต่มีสภาพคล่องด้วยครับ

ตอนนี้ก็เดือนกันยายนแล้วนะครับ อย่าลืมเริ่มลงทุนเพื่อรับโอกาสในการลดภาษีเงินได้และอาจจะวางแผนไปถึงปีหน้าด้วยเลยนะครับ

 

โดย ด.ช.รักลงทุน

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s